ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ย้อนกลับ

การเข้าร่วมประสานความร่วมมือด้านเครือข่ายการวิจัยเทคโนโลยีการแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ Department of Biomedical Engineering ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา

จาก MMS Hub · ในวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รองศาสตราจารย์ ดร.พี

  • MMS Hub

MMS Hub — เนื้อหาจากเครือข่าย / Partner content
เผยแพร่ตามต้นฉบับ ไม่ใช่ประกาศหรือผลงานของ RISA โดยอัตโนมัติ / Reproduced from MMS Hub; original organizational roles are retained. ต้นฉบับ / Original source

ในวันที่ 16 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา

นำโดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

รองศาสตราจารย์ ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ และ รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชาการ วช.

รวมทั้งคณะเจ้าหน้าที่ วช. ได้เข้าเยี่ยมและหารือกับผู้บริหารและคณาจารย์ของ Department of Biomedical Engineering มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อแลกเปลี่ยนเครือข่ายความรู้ด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ เทคโนโลยีทางการแพทย์ และแนวทางการพัฒนานวัตกรรมด้านสุขภาพ

ตลอดจนสำรวจโอกาสความร่วมมือด้านการวิจัยระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา

อีกทั้ง การหารือร่วมกับคณะผู้บริหารและคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ได้แก่ Prof. Helen H. Lu - Senior Vice Dean, Columbia Engineering,
Prof. Barclay Morrison - Senior Vice Dean, Prof. Clark Hung - Vice Chair of the Department of Biomedical Engineering, Prof. Andrew F. Laine
และ Asst.Prof. Nuttida Rungratsameetaweemana
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า วช. มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเยือนและหารือกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในครั้งนี้ โดย วช. ในฐานะหน่วยงานให้ทุนวิจัยหลักของประเทศไทย
มีภารกิจสำคัญในการบริหารจัดการทุนด้านวิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนผลักดันการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะการแพทย์และสุขภาพ
ซึ่งเป็นหนึ่งในสาขายุทธศาสตร์ของประเทศ นอกจากนี้ วช. ให้ความสำคัญกับการพัฒนากำลังคนรุ่นใหม่ ตั้งแต่นักเรียน นักศึกษา ไปจนถึงนักวิจัยรุ่นใหม่และคณาจารย์รุ่นใหม่
และเห็นโอกาสที่จะพัฒนาความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในเพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ ได้นำเสนอภาพรวมบทบาทของ วช. ในการสนับสนุนทุนวิจัยของประเทศทั้งในระดับมหาวิทยาลัยและภาคเอกชน รวมถึง
การขับเคลื่อนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัย ตลอดจนการสนับสนุน “ศูนย์รวมผู้เชี่ยวชาญ (Hub of Talents)” ด้านเครื่องมือแพทย์และนวัตกรรมสุขภาพ
โดยได้ยกตัวอย่างผลงานวิจัยที่เกิดผลกระทบจริง อาทิ การพัฒนาเครื่องคัดกรองมวลกระดูก/ภาวะกระดูกพรุนที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI การพัฒนาอุปกรณ์ทางการแพทย์
และวัสดุขั้นสูง รวมถึงแนวทางการเก็บข้อมูลเชิงคลินิกและมาตรฐานการขึ้นทะเบียนที่เชื่อมโยงสู่กรอบความร่วมมือด้านมาตรฐานในภูมิภาคอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสการนำเทคโนโลยี
ออกสู่ตลาดในระดับภูมิภาคและสากล ตลอดจนการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึกที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามศาสตร์ระหว่างวิศวกรชีวการแพทย์ นักวิจัย และแพทย์
Prof. Helen H. Lu และคณะ ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทน วช. พร้อมนำเสนอภาพรวมบทบาทและพันธกิจของ Columbia Engineering ที่มุ่งขับเคลื่อนแนวคิด
“Engineering for Humanity” โดยเน้นการใช้วิศวกรรมศาสตร์เพื่อสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติในมิติต่าง ๆ อาทิ สุขภาวะ ความมั่นคง ความเชื่อมโยงของสังคม และอนาคต
ของมนุษย์ ซึ่งภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ถือเป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริม “Healthy Humanity” ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ นวัตกรรมสุขภาพ และงานวิจัย
ที่มีผลกระทบเชิงคลินิกอย่างเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ Columbia Engineering ประกอบด้วย 9 ภาควิชา และสถาบันด้านวิทยาการข้อมูล (Data Science Institute) เปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาโทมากกว่า 22
หลักสูตร และอยู่ระหว่างการพิจารณาเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้าน Artificial Intelligence ในอนาคตอันใกล้ พร้อมทั้งมีเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
โดยนำเสนอรูปแบบความร่วมมือทางวิชาการในลักษณะ 4+1 (สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากสถาบันคู่ความร่วมมือ และศึกษาต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย)
และ 1+1 (สำเร็จการศึกษาปริญญาโทสองใบ) รวมถึงแนวทางสนับสนุนให้นักศึกษาต่อยอดสู่ระดับปริญญาเอกผ่านการทำวิจัยในห้องปฏิบัติการ
ในส่วนของ Department of Biomedical Engineering มีจุดแข็งด้านการวิจัยทางวิศวชีวการแพทย์ที่สำคัญ เช่น เทคโนโลยีภาพถ่ายทางการแพทย์ (Medical Imaging/CT)
การบาดเจ็บทางสมอง วิศวกรรมเนื้อเยื่อและการฟื้นฟูข้อ ประสาทวิทยาศาสตร์เชิงคำนวณและ AI ทางการแพทย์ รวมถึงการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์เชิงคลินิกและเชิงพาณิชย์
ผ่านกลไกสนับสนุนด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างสตาร์ทอัพ

ภาพประกอบจาก MMS Hub

ภาพประกอบจาก MMS Hub

ภาพประกอบจาก MMS Hub

ภาพประกอบจาก MMS Hub

อ่านต่อ

วช. สนับสนุนสมาคมนักเรียนไทยในญี่ปุ่น จัด Final Pitch “Mirai Catalyst Hackathon Challenge 2026” เปิดเวที 9 โครงการนวัตกรรม

จาก MMS Hub · สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ (Thai Students’ Association in Japan under Royal Patronage: TSAJ) และเครือข่ายนักว

อ่านต่อ

วช. จับมือสมาคมนักเรียนไทยในญี่ปุ่น จัด “Mirai Catalyst Hackathon Challenge 2026” เชื่อมพลังนักวิจัยไทยในญี่ปุ่นสู่ระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ

จาก MMS Hub · สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น ในพระบรมราชูปถัมภ์ (TSAJ) และเครือข่ายนักวิจัยไทยในญี่ปุ่น จัดกิจกรรม “Mirai Catalyst Hackathon Chall

อ่านต่อ

วช. จัดอบรม “STS forum : NRCT YLP Workshop” เตรียมนักวิจัยรุ่นใหม่สู่เวทีนานาชาติ

จาก MMS Hub · สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดกิจกรรม “STS forum : NRCT YLP Workshop” ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569” (Thailand Research Expo 2026) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569

อ่านต่อ

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ RISA

เปิดรับนักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานที่ต้องการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยร่วมกัน